คริสตัลพาเลซ พบ ลิเวอร์พูล ศึก England FA Community Shield 2025 ระหว่าง คริสตัลพาเลซ พบ ลิเวอร์พูล ที่จะฟาดแข้งกันในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2568 ถือเป็นการชิมลางก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2025/26 อย่างเป็นทางการ โดยปีนี้ คริสตัลพาเลซ หักปากกาเซียนด้วยการคว้าแชมป์ FA Cup ได้อย่างน่าทึ่ง หลังเอาชนะนิวคาสเซิลในรอบชิง ขณะที่ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ อาร์เน่ สล็อด การันตีความสำเร็จด้วยตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ซึ่งเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 5 ปี
ทั้งสองทีมอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมเต็มสูบสำหรับฤดูกาลใหม่ โดยลิเวอร์พูลเพิ่งกลับมาจากทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐฯ และเสริมทัพใหม่ถึง 3 ราย ส่วนพาเลซยังคงรักษาแกนหลักได้ครบถ้วน และวางแผนใช้เกมนี้เป็นบททดสอบศักยภาพการเล่นเกมรุกในแดนสุดท้าย
จากข้อมูลถึงช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นทีมที่มีตัวเลขเกมรุกเหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉลี่ยต่อเกมในฤดูกาล 2024/25:
แม้พาเลซจะพัฒนาในช่วงปลายฤดูกาล แต่ยังเป็นรองชัดเจนในเกมรุกและการครองเกม ขณะที่หงส์แดงมีความแน่นอนสูงในการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตู
คริสตัลพาเลซ: จุดแข็งอยู่ที่ความรวดเร็วของเกมสวนกลับ โดยเฉพาะการใช้งาน ไมเคิล โอลิเซ่ และ เอเบเรชี เอเซ เป็นคีย์หลักในแดนบน ความสัมพันธ์สามประสานแดนกลางเริ่มเข้าที่เมื่อมีเชค ดูกู, เจฟฟรีย์ ชลุปป์ และอดัม วอร์ตัน สนับสนุน
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของพวกเขาคือความไม่สม่ำเสมอของเกมรับ โดยเฉพาะในเกมตั้งรับลึกเมื่อเจอกับทีมที่มีแดนกลางแข็งแกร่ง การขาดประสบการณ์ในเวทียิ่งใหญ่อย่าง Community Shield อาจเป็นอุปสรรคทางจิตวิทยาด้วย
ลิเวอร์พูล: มีระบบเพรสซิ่งที่เป็นจุดเด่นภายใต้สล็อด โดยใช้รูปแบบ 4-2-2-2 เมื่อไม่มีบอล และเปลี่ยนเป็น 3-2-5 ในเกมรุก ทำให้ปีกและฟูลแบ็คเข้าโจมตีได้อิสระ ขณะเดียวกันยังมีการหมุนเวียนตำแหน่งรุก เช่น โดมินิก โซบอสไล, เคอร์ติส โจนส์, และ ลุค แชมเบอร์ส
ข้อเสียคือ ลิเวอร์พูลยังอยู่ในช่วงทดสอบแท็คติกใหม่ แม้จะครองบอลได้มากแต่การเข้าทำสุดท้ายยังต้องปรับอยู่บ้าง โดยเฉพาะในช่วงเกมกระชับมิตรที่ผ่านมา ที่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบคม
สนามเวมบลีย์เป็นสนามกลางซึ่งพาเลซค่อนข้างคุ้นเคยจากเกม FA Cup แต่เวทีนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้สัมผัส Community Shield
ด้านสภาพอากาศในลอนดอนวันที่ 10 ส.ค. คาดว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ราว 21-24°C ซึ่งเหมาะกับการเล่นฟุตบอลระดับสูง และไม่น่ามีผลโดยตรงกับเกม
ลิเวอร์พูลได้เปรียบเรื่องความพร้อมของขุมกำลัง โดยบรรดาตัวหลักอย่าง เวอร์กิล ฟานไดจ์ค, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟิตสมบูรณ์ ขณะที่พาเลซยังต้องเช็กความฟิตของวิล ฮิวจ์สและแกรีเคลลี ก่อนเกม
ไมเคิล โอลิเซ่: หากรักษาฟอร์มจากเกมรอบชิง FA Cup ได้ เขาจะเป็นตัวแปรในการโจมตีแนวรับลิเวอร์พูลทางริมเส้น และการเล่นระหว่างไลน์กับเอเบเรชี เอเซ จะเป็นอาวุธหลัก
โดมินิก โซบอสไล: ครองจังหวะเกมแดนกลางได้ดีในช่วงปรีซีซั่น ความคล่องตัวในการขับเกมรุกและยิงไกลเป็นจุดสำคัญที่จะเจาะแนวตั้งรับห้ารายของพาเลซ
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน: การกลับมาฟิตเต็มที่ของเขาจะช่วยเพิ่มมิติริมเส้นและครอสบอลจากฝั่งซ้าย ซึ่งสะท้อนจากค่า Assist per 90 minutes ที่ 0.24 ในฤดูกาลก่อน
ระบบเพรสซิ่งของลิเวอร์พูล: หากสามารถกดแดนกลางของพาเลซได้เร็ว จะตัดเกมรุกสวนกลับได้ทันที
ลิเวอร์พูลน่าจะเป็นฝ่ายครองบอลและตั้งเกมรุกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พาเลซเน้นเกมรับแน่นและรอโอกาสสวนกลับ จุดน่าสนใจคือ ช่องว่างระหว่างแบ็คกับเซ็นเตอร์ของพาเลซ เมื่อโรเบิร์ตสันและเทรนต์เติมสูง ทำให้ทั้งโอลิเซ่และเอเซอาจได้พื้นที่ในการโต้กลับ
ความหลากหลายในแผนของสล็อด ทำให้ลิเวอร์พูลอาจใช้การเจาะกราบมากกว่าการเข้าตรง ขณะที่พาเลซจะพึ่งประสิทธิภาพเกมสวนของตัวรุกที่มีความเร็วสูง
ด้วยประสิทธิภาพของเกมรุกและความมั่นใจในระบบของสล็อด ลิเวอร์พูลยังดูแข็งแกร่งในภาพรวม แม้พาเลซจะมีพัฒนาการชัดเจน แต่ความเฉียบขาดของแนวรุกหงส์แดงน่าจะชี้ขาดเกมได้
ลิเวอร์พูล 2-1 คริสตัลพาเลซ
หากคุณกำลังมองหาเว็บแทงบอลออนไลน์ที่มั่นคง ราคาดี และเล่นได้ทุกลีกดัง UFAKOREA999 คือทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาด! สมัครง่าย ฝากถอนเร็ว พร้อมทีมแอดมินดูแล 24 ชม. สนใจแทงบอล สมัครสมาชิก คลิก !
บริการ เว็บ คาสิโนออนไลน์ สล็อต แทงบอลออนไลน์ ยิงปลา เกมส์ไพ่ เงินวอน 24 ชม.