ลิเวอร์พูล พบ บอร์นมัธ ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “เดอะ เชอร์รีส์” บอร์นมัธ ซึ่งจะฟาดแข้งกันในวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่สนามแอนฟิลด์ ถือเป็นเกมนัดที่สองของฤดูกาล 2025/26 โดยทั้งสองทีมต่างมีเป้าหมายต่างกันชัดเจน — ลิเวอร์พูลภายใต้การนำของอาร์เน่ สล็อต มุ่งมั่นล่าตำแหน่งแชมป์หลังเสริมทัพแบบมีเป้าหมายชัดเจน ขณะที่บอร์นมัธของอันโดนี่ อิราโอล่า ยังคงใช้ระบบเพรสซิ่งหนักและหวังทำอันดับเหนือโซนตกชั้น
ลิเวอร์พูลเปิดฤดูกาลนัดแรกด้วยผลเสมอ 2-2 กับเชลซี โดยมีสัญญาณบวกจากการเคลื่อนที่ของแนวรุกอย่างหลุยส์ ดิอาซ, โคดี้ กัคโป และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ส่วนบอร์นมัธประเดิมสนามด้วยชัยชนะ 2-1 เหนือเวสต์แฮม ซึ่งแสดงให้เห็นการปรับตัวของแดนกลางอย่างอเล็กซ์ สก็อตต์ และโดมินิค โซลันกี้ ที่บรรจบกับความเก๋าจากเดวิด บรู๊กส์
จากข้อมูลล่าสุดในฤดูกาลก่อนหน้า (2024/25) และเกมแรกของฤดูกาลใหม่ มีข้อมูลที่ควรจับตามอง:
ข้อมูลเหล่านี้ชี้ชัดว่า หากรูปเกมเป็นไปตามสถิติ ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่คุมโอกาสและพื้นที่ได้ดีกว่าอย่างชัดเจน
ลิเวอร์พูล: จุดแข็งชัดเจนในระบบ Hybrid 3-2-5 ที่อาร์เน่ สล็อตเริ่มใช้ในการเล่นเกมรุก โดยมีเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ปรับบทบาทมาเล่น Inverted RB เปิดโอกาสให้โหลดฝั่งซ้ายกับแมค อัลลิสเตอร์ที่อยู่ในฟอร์มเฉียบ จุดอ่อนอยู่ที่การเปลี่ยนเกมรับกลับมาอยู่ในโครงสร้าง 4-3-3 ซึ่งยังขาดความลงตัวในแดนกลาง โดยเฉพาะเมื่อถูกโต้กลับเร็วจากทีมที่ใช้ wing-back
บอร์นมัธ: การยืนโครงสร้าง 5-3-2 ที่ยืดหยุ่น มีวิงแบ็คอย่างมิลอส เคอร์เคซ เติมเกมได้ดี จุดเด่นคือการตัดเกมเร็วและเพรสในพื้นที่แดนสอง แต่เป็นรองในเรื่องการครองบอลและการจัดระยะเป็นโซนเมื่อเจอกับทีมที่ครองบอลได้แน่น อย่างลิเวอร์พูล แนวรับมักมีปัญหากับบอลริมเส้นและการหลุดแยกตัวประกบ
ปัจจัยหลักคือการเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ ซึ่งลิเวอร์พูลไม่แพ้ในการเล่นที่นี่ในลีกถึง 21 นัดล่าสุด โดยฤดูกาลก่อนชนะถึง 16 นัด เสมอ 3 และไม่เสียประตูถึง 13 นัด (ข้อมูลจาก WhoScored)
บอร์นมัธเองมาเยือนแอนฟิลด์ 6 ครั้งหลังสุดแพ้ทั้งหมดและเสียเฉลี่ยถึง 3.2 ประตูต่อเกม สภาพอากาศช่วงกลางเดือนสิงหาคมคาดว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 22°C พร้อมฝนเล็กน้อย ซึ่งไม่กระทบรูปเกมมากนัก แต่หมายถึงสนามจะเร็วและเหมาะกับทีมที่ครองเกมใต้พื้นสนามได้ดี
ฝั่งลิเวอร์พูลจะไม่มีอิบราฮิมา โกนาเต้ (เจ็บต้นขา) และติอาโก้ อัลกันตาร่า (ยังไม่ฟิตเต็มร้อย) ส่วนบอร์นมัธยังไม่มีอ็อดซอนน์ เอดูอาร์ (เจ็บเข่า)
หลุยส์ ดิอาซ คือคีย์แมนในการเจาะแนวรับที่บอร์นมัธแพคมาแน่น โดยเฉพาะฟอร์มล่าสุดที่ยิงและสร้างโอกาสสูงสุดในเกมกับเชลซี 4 ครั้ง (จาก Transfermarkt) ส่วน โดมินิค โซลันกี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ต้องระวังเพราะมีการเคลื่อนตัวดี และหลุดเข้าไปหลังแบ็คได้บ่อย
จุดสำคัญคือการรับมือกับการ pressing จากบอร์นมัธที่ขึ้นไล่บอลสูง หากลิเวอร์พูลไม่สามารถผ่านบอลในแดนหลังได้ดี จะทำให้เกิดความผิดพลาดซึ่งอาจกลายเป็นโอกาสยิงทันที
ลิเวอร์พูล พบ บอร์นมัธ ลิเวอร์พูลจะตั้งเกมรุกด้วยโครงสร้าง 3-2-5 โดยใช้แม็ค อัลลิสเตอร์ และโดมินิค ซโบสซ์ไลคุมจังหวะกลางสนาม บอร์นมัธจะยืนลึกในโซน 5-3-2 และใช้การโต้กลับเร็วจากโซลันกี้และเคอร์เคซที่เติมเร็วทางซ้าย
เกมจะเปิดในฝั่งเดียวโดยลิเวอร์พูลจะมีโอกาสครองเกมกว่า 65% และยิงมากกว่า 15 ครั้ง โดยใช้ทักษะการเจาะพื้นที่ครึ่งในซ้าย ทางเข้าเขตรับฝั่งของแจ็ค สตีเฟ่นส์ ที่มักพลาดจังหวะ 1v1
อย่างไรก็ตาม หากบอร์นมัธสามารถใช้ tactical foul หยุดอัลลิสเตอร์และตัดเกมเปลี่ยนแปลงได้ดี อาจสร้างความลำบากให้ลิเวอร์พูลเช่นกัน
ด้วยภาพรวมจากฟอร์มการเล่น, ความพร้อมของทีม, และประวัติการพบกันที่แอนฟิลด์ บ่งชี้ชัดว่าหงส์แดงเหนือกว่าทุกด้าน เว้นแต่จะพลาดในจังหวะสำคัญ คาดว่าเกมนี้จะเป็นไปตามรูปแบบที่ลิเวอร์พูลบุกหนักและเจาะแนวรับบอร์นมัธได้ในที่สุด
ฟันธง: ลิเวอร์พูล ชนะ บอร์นมัธ 3-1
หากคุณกำลังมองหาเว็บแทงบอลออนไลน์ที่มั่นคง ราคาดี และเล่นได้ทุกลีกดัง UFAKOREA999 คือทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาด! สมัครง่าย ฝากถอนเร็ว พร้อมทีมแอดมินดูแล 24 ชม. สนใจแทงบอล สมัครสมาชิก คลิก !
บริการ เว็บ คาสิโนออนไลน์ สล็อต แทงบอลออนไลน์ ยิงปลา เกมส์ไพ่ เงินวอน 24 ชม.