เชลซี พบ เลเวอร์คูเซ่น เชลซี ภายใต้การคุมทีมของเอนโซ มาเรสก้า เตรียมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องระดับสโมสรกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาล 2024/25 ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2568 โดยเกมนี้จัดขึ้นที่สนามกลางในกรุงลอนดอน ถือเป็นบททดสอบที่น่าสนใจสำหรับทั้งสองทีมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลยุโรป
เชลซี จบฤดูกาล 2024/25 ในอันดับ 5 ของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ทำให้พลาดโควต้าแชมเปียนส์ลีกอีกปี แม้จะมีพัฒนาการแท็คติกในครึ่งหลังของฤดูกาลจากระบบ 4-2-3-1 ที่เน้นครองบอลเป็นหลัก ขณะที่ เลเวอร์คูเซ่น ภายใต้การนำของชาบี อลอนโซ่ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่าย (W28 D6 L0) พร้อมเข้าชิงยูโรป้าลีกและเดเอฟเบ โพคาล ด้วยรูปแบบการเล่นไฮเพรสและเปลี่ยนจังหวะเร็ว
เมื่อพิจารณาค่าสถิติของฤดูกาลที่ผ่านมา จากแหล่งข้อมูลของ WhoScored และ SofaScore จะเห็นได้ว่า:
จากตัวเลขจะเห็นว่า เลเวอร์คูเซ่นมีความสมดุลในเกมรุกและรับ ในขณะที่เชลซียังคงมีปัญหาแนวรับในบ้างช่วงเวลา ซึ่งทำให้เกมนี้น่าสนใจต่อการจับตาดูว่าใครจะควบคุมจังหวะได้ดีกว่าในแมตช์อุ่นเครื่องที่ถือเป็นการวัดระดับก่อนเปิดซีซั่น
เชลซี: จุดเด่นคือการสร้างโอกาสจากลูกทีมของมาเรสก้าที่เน้นครองบอลและพาบอลจากหลังไปหน้าแบบมีระบบ แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกมรับจากความไม่สม่ำเสมอของผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค และปัญหาจบสกอร์ยังเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุง แม้จะมี นิโกลัส แจ็คสัน ที่ยิงไป 19 ปะตูในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ยังขาดความคมเมื่อเจอทีมระดับท็อป
เลเวอร์คูเซ่น: จุดเด่นอยู่ที่รูปแบบการเพรสซิ่งขั้นสูงของ อลอนโซ่ ที่ช่วยให้ทีมสามารถตัดเกมคู่แข่งได้ตั้งแต่แดนบน มีเกมบุกที่ดุดันผ่าน ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ และ วิกเตอร์ โบนิเฟส ซึ่งถือเป็น core attack แต่จุดอ่อนเดียวของพวกเขาคือบางครั้งเปิดหลังให้โดนโต้กลับง่ายเมื่อเซ็ตเกมไม่ทัน
แมตช์นี้เล่นที่สนามกลางในลอนดอน เชลซีน่าจะได้เปรียบในด้านความคุ้นเคยกับสภาพอากาศและสนาม ฝ่ายเลเวอร์คูเซ่นต้องเดินทางซึ่งอาจกระทบกับสภาพร่างกายแม้จะอยู่ในช่วงปรีซีซั่น ขณะที่เชลซีเองมีผู้เล่นแนวรับบาดเจ็บบางราย เช่น เวสลีย์ โฟฟานา และดิสอาชาญกา, ในขณะที่ทีมเยือนขาด โจนาธาน ทาห์ ที่พึ่งย้ายไปบาเยิร์น โดยรวมแล้วอยู่ที่ความพร้อมเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองฝั่งมากกว่าสภาพทีม
ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ เพลย์เมคเกอร์ของเลเวอร์คูเซ่น ถือเป็นตัวอันตรายที่จะสามารถชี้เป็น-เป็นตายให้กับเกมด้วยวิสัยทัศน์เหนือชั้นโดยมีค่าเฉลี่ยสร้างโอกาส 2.9 ครั้ง/เกมในบุนเดสลีกา ขณะที่ฝั่งเชลซี โคล พาล์มเมอร์ ที่ยิงไป 14 ประตูและแอสซิสต์ 10 จากตำแหน่งกองกลางตัวรุก ก็เป็นตัวทีเด็ดที่อาจวางบอลทะลุช่องเล่นงานแนวรับเลเวอร์ฯ ได้
การดวลกันตรงกลางระหว่าง เอเนโซ เฟร์นานเดซ vs กรานิต ชาก้า น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม หากเชลซีชิงจังหวะได้กลางสนามมากกว่า พวกเขาอาจควบคุมจังหวะเกมได้ดีขึ้น
เกมมีแนวโน้มจะเปิดหน้าแลกกัน แม้จะเป็นเกมอุ่นเครื่อง แต่ทั้งสองทีมมีระบบที่พยายามครองเกมบุกและทำประตู เกมนี้น่าจะลดระดับการตั้งรับลึกลง และมีจังหวะเปลี่ยนเกมจากกลางสนามบ่อย เชลซีกับแท็คติกที่พยายามคุมบอลจะพยายามดึงความเร็วเกมลง ขณะที่เลเวอร์คูเซ่นจะใช้เกมสวนเร็วเข้าสู้ โอกาสยิงรวมอาจสูงกว่า 25 ครั้งตลอดทั้งเกม และเกมรับของทั้งสองฝ่ายอาจโดนทดสอบหนัก
เชลซี พบ เลเวอร์คูเซ่น แม้เลเวอร์คูเซ่นจะมีทีมเวิร์คที่ชัดเจนกว่าและระบบของชาบี อลอนโซ่ อยู่ตัวมานาน แต่เกมนี้เชลซีอาจใช้ความได้เปรียบจากการเล่นในลอนดอนและความสดของขุมกำลังดาวรุ่งตัดสมดุลเกมออกได้ โดยเฉพาะหากมาเรสก้าวางแผนปิดเกมสวนกลับได้ดีเช่นในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว
ผลที่คาด: เชลซี 2-2 เลเวอร์คูเซ่น
หากคุณกำลังมองหาเว็บแทงบอลออนไลน์ที่มั่นคง ราคาดี และเล่นได้ทุกลีกดัง UFAKOREA999 คือทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาด! สมัครง่าย ฝากถอนเร็ว พร้อมทีมแอดมินดูแล 24 ชม. สนใจแทงบอล สมัครสมาชิก คลิก !
บริการ เว็บ คาสิโนออนไลน์ สล็อต แทงบอลออนไลน์ ยิงปลา เกมส์ไพ่ เงินวอน 24 ชม.