เรอัล มาดริด พบ โอซาซูน่า เรอัล มาดริด จะเปิดสนามซานติอาโก เบร์นาเบว ต้อนรับการมาเยือนของ โอซาซูน่า ในศึกลา ลีกา สเปน วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2568 ซึ่งเป็นเกมนัดที่ 2 ของฤดูกาล 2025/26 โดยราชันชุดขาวภายใต้การทำทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้อย่างมั่นคง หลังจากบุกชนะเรอัล โซเซียดาด 2-0 ในนัดเปิดสนาม ด้วยการโชว์ฟอร์มแกร่งจากบรรดาแกนหลักอย่างวินิซิอุส จูเนียร์ และจู๊ด เบลลิงแฮม
ขณะที่โอซาซูน่า ภายใต้การคุมทีมของ ฆาโกบา อาร์ราซาเต้ ประเดิมฤดูกาลด้วยความพ่ายแพ้ในบ้านต่อเซลต้า บีโก้ 1-2 เกมนี้ถือเป็นบททดสอบที่หนักสำหรับพวกเขากับการต้องเล่นเป็นทีมเยือนเจอกับหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ บนสภาพจิตใจและความมั่นใจที่ยังไม่เข้าที่เต็มร้อย
จากข้อมูลในฤดูกาลก่อน (2024/25) Real Madrid เป็นหนึ่งในทีมที่มีค่าเฉลี่ยการครองบอลสูงสุดที่ 61.7% ต่อเกม และมีโอกาสยิงเฉลี่ย 15.4 ครั้ง/เกม โดยเฉพาะในบ้าน พวกเขามีค่าเฉลี่ย xG (expected goals) สูงถึง 2.12 ต่อเกม (ข้อมูลจาก WhoScored)
ในขณะที่โอซาซูน่าจบอันดับที่ 10 มีค่าเฉลี่ยการครองบอลเพียง 46.5% และมีค่า xG เพียง 1.02 ต่อเกม พวกเขามักใช้แนวทางรับลึกแล้วโต้กลับ โดยเฉพาะในการพบกับทีมใหญ่ โดยเฉลี่ยแล้วเสียประตู 1.4 ประตู/เกมในเกมเยือน
ด้านสถิติหัวต่อหัวใน 6 เกมหลังสุด เรอัล มาดริด ชนะถึง 5 เสมอ 1 และไม่แพ้เลย โดยมีผลต่างประตูได้เสียรวม +11
เรอัล มาดริด: จุดแข็งคือมิติการเข้าทำที่หลากหลาย จากวินิซิอุสทางซ้าย, โรดรีโก้ทางขวา และจู๊ด เบลลิงแฮมที่ขยับคอยเติมจากแผงมิดฟิลด์ ระบบ 4-4-2 รูปเพชรในช่วงต้นซีซั่นดูลงตัว โดยเฉพาะเมื่อให้เบลลิงแฮมอยู่ในบทบาทหมายเลข 10 จุดอ่อนอาจอยู่ที่ความไม่แน่นอนในแนวรับเมื่อเผชิญเกมโต้กลับอีกครั้งหลังการปล่อยดาวิด อลาบา
โอซาซูน่า: ฤดูกาลนี้ทีมยังใช้ระบบ 4-3-3 แบบดั้งเดิม แต่การขาดกองหน้าเบอร์ 9 ที่ยิงประตูสม่ำเสมอถือเป็นปัญหาใหญ่ หลังจากที่เอนริก กาเลโก้ฟอร์มตกอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นอยู่ที่วิงแบ็กทั้งสองข้างอย่างโมอิ โกเมซ และรูเบน เปนญ่า ที่ช่วยทั้งเกมรุกและเกมรับ แต่โอกาสในแดนบนยังสร้างได้น้อยจากสถิติการยิงตรงกรอบเฉลี่ยเพียง 2.2 ครั้ง/เกมในซีซั่นก่อน
สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ถือเป็นภาพบรรยากาศที่ยากลำบากสำหรับทีมเยือน—เรอัล มาดริดชนะเกมเหย้า 12 จาก 14 นัดหลังสุดในลีก โดยมีแฟนบอลเฉลี่ยกว่า 70,000 คนต่อเกม
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยของสภาพร่างกายและอาการบาดเจ็บ โดยเรอัล มาดริดอาจไม่มีเอแดร์ มิลิเตา (อยู่ระหว่างพักฟื้น ACL) ขณะที่เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ และฟราน การ์เซีย กลับมาซ้อมเต็มรูปแบบ ด้านโอซาซูน่า มีปัญหาตัวเจ็บหลักอย่างดาบิด การ์เซียในแนวรับ ซึ่งจะลดความแน่นอนในเกมรับอย่างชัดเจน
จู๊ด เบลลิงแฮม: กองกลางวัย 22 ปีเป็นหัวใจในการเติมเกมของเรอัล มาดริด ด้วยค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านสำเร็จ 3.1 ครั้ง/เกม และสร้างสรรค์โอกาส 2.3 ครั้ง/เกม เขาจะมีบทบาทสำคัญต่อจังหวะเข้าทำที่สุดท้าย
วินิซิอุส จูเนียร์ vs รูเบน เปนญ่า: การดวลริมเส้นทางซ้ายของวินิซิอุสที่มักลากไปจนถึงเส้นหลังจะเป็นบททดสอบหนักของฟูลแบ็กโอซาซูน่า หากหยุดไม่ได้ โอกาสเกิดประตูสูง
การเปลี่ยนแผนของอาร์ราซาเต้: หากโอซาซูน่าตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ระบบ 5-4-1 เพื่อกลบการเข้าทำตรงพื้นที่ Half-space ของเรอัล มาดริด จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสังเกต โดยเฉพาะเมื่อเน้นวางบล็อกแน่นหน้ากรอบเขตโทษ
เกมนี้น่าจะเป็นอีกนัดที่เรอัล มาดริดจะครองบอลรุกใส่ตั้งแต่ต้น โดยใช้การหมุนแดนกลางอย่างโมดริช-เบลลิงแฮม-ชูอาเมนี เป็นตัวขับเคลื่อน ส่วนโอซาซูน่าจะเน้นตั้งรับลึกในแดนตัวเองแล้วพยายามโต้กลับอย่างรวดเร็วผ่านริมเส้น
คาดว่าจำนวนการยิงของเจ้าบ้านน่าจะเกิน 15 ครั้ง ขณะที่โอซาซูน่าจะมีโอกาสยิงน้อยกว่า 6 ครั้ง หากไม่สามารถหยุดเบลลิงแฮมที่คุมจังหวะได้ รูปเกมจะเป็นของมาดริดเกือบตลอดทั้งเกม เกมรับของโอซาซูน่าต้องรับมือกับบอลยาวทะลุช่องและการเลี้ยงบอลจากริมเส้นที่ทรงพลัง ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบางของพวกเขาในฤดูกาลก่อน
เรอัล มาดริด พบ โอซาซูน่า ด้วยทรงบอลที่เหนือกว่าทุกมิติ ทั้งในด้านแท็คติก ความสามารถเฉพาะตัว และความลึกของขุมกำลัง เชื่อว่าเรอัล มาดริดจะคว้าชัยชนะได้ไม่ยากในบ้าน แม้ว่าโอซาซูน่าจะพยายามตั้งเกมรับแน่นหนา แต่ระบบการเข้าทำของเจ้าบ้านมีความหลากหลายและสามารถเจาะแนวรับลึกได้หลายทาง
ฟันธง: เรอัล มาดริด ชนะ โอซาซูน่า 3-0
หากคุณกำลังมองหาเว็บแทงบอลออนไลน์ที่มั่นคง ราคาดี และเล่นได้ทุกลีกดัง UFAKOREA999 คือทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาด! สมัครง่าย ฝากถอนเร็ว พร้อมทีมแอดมินดูแล 24 ชม. สนใจแทงบอล สมัครสมาชิก คลิก !
บริการ เว็บ คาสิโนออนไลน์ สล็อต แทงบอลออนไลน์ ยิงปลา เกมส์ไพ่ เงินวอน 24 ชม.