
ฝรั่งเศส พบ ยูเครน ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป คู่ไฮไลต์ “ฝรั่งเศส พบ ยูเครน” วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 คือเกมชี้ภาพรวมของกลุ่มทั้งในแง่การแย่งแชมป์กลุ่มและโควตาอัตโนมัติ ฝรั่งเศสของดิดิเยร์ เดส์ชองส์ยังคงมาตรฐานทีมท็อปของทวีปหลังผลงานรอบคัดเลือกยูโร 2024 ที่ยิงถล่มทลายและเสียประตูน้อย ขณะที่ยูเครนของเซอร์ฮีย์ เรบروف พัฒนารูปแบบการเล่นชัดเจน จัดระเบียบ 4-2-3-1/4-1-4-1 ที่ยืดหยุ่น มีคอนเซ็ปต์เปลี่ยนผ่านเร็วและใช้ความเร็วริมเส้นเข้าทำ
ภาพรวมความพร้อม ฝรั่งเศสมีแกนหลักจากสโมสรใหญ่พร้อมหน้า โครงกลาง-รับนิ่งภายใต้การนำของ ไมค์ เมนญ็อง, วิลเลียม ซาลิบา, โอเรลิย็อง ชูอาเมนี/เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และเกมรุกที่มี คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เป็นตัวตัดสินในจังหวะหนึ่งต่อหนึ่ง ฝั่งยูเครนโครงหลักยังเป็นชุดเดิมจากยูโร 2024 นำโดย โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, ฮิฮอร์ ซืดาคอฟ, วิคตอร์ ซีกันคอฟ และ อาร์เตม ดอฟบิค ดาวยิงที่ระเบิดฟอร์มในลาลีกา 2023/24 กับคิโรน่า
- ประสิทธิภาพเกมรุก (รอบคัดเลือกยูโร 2024): ฝรั่งเศสยิง 29 ประตูจาก 8 นัด (เฉลี่ย 3.63 ประตู/นัด) และเสียเพียง 3 ประตู (เฉลี่ย 0.38 ประตู/นัด) สร้างความต่างประตูได้เสียระดับชั้นนำของยุโรป ส่วนยูเครนจบที่ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิง 11 เสีย 8 (เฉลี่ยยิง 1.38/นัด เสีย 1.00/นัด) แสดงภาพทีมที่วินัยเกมรับดีในเกมใหญ่และคมเมื่อได้พื้นที่โต้กลับ
- เฮดทูเฮดเกมทางการ 5 นัดหลัง (นับตั้งแต่ยูโร 2012): ฝรั่งเศสชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 โดยรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 ทั้งสองนัดจบ 1-1 สะท้อนว่ายูเครนรู้วิธีทำให้ฝรั่งเศสเล่นยากเมื่อเจอเกมรับระเบียบแน่นและเพรสซิ่งช่วงกลางสนาม
- โครงสร้างโอกาสและคุณภาพโอกาส: ฝรั่งเศสยุคเดส์ชองส์สร้าง xG ต่อเกมสูงกว่าคู่แข่งสม่ำเสมอจากการขึ้นเกมซ้ายของเอ็มบัปเป้-เตโอ แอร์กน็องเดซ และบอลเซ็ตพีซที่มีคุณภาพ ส่วนยูเครนของเรบروفชัดเจนกับทรานซิชั่นเร็ว บอลแทงช่องให้ดอฟบิค/ซีกันคอฟ และการจบด้วยครอสเสาสอง จุดเด่นคือความมีวินัยทำให้จำนวนโอกาสไม่ต้องเยอะแต่คุณภาพสูง
- คลีนชีตและความนิ่งเกมรับ: ฝรั่งเศสเก็บคลีนชีต 6 จาก 8 นัดในรอบคัดเลือกยูโร 2024 ขณะที่ยูเครนเก็บคลีนชีต 3 นัดในกลุ่มที่มีทั้งอิตาลีและอังกฤษ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนวินัยเกมรับแม้เจอแนวรุกเกรดเอ
ฝรั่งเศส (4-2-3-1/4-3-3):
- จุดเด่น: ความยืดหยุ่นเชิงแท็คติก เกมรับ-รุกสมดุล วาง “rest defense” ดีเมื่อเสียบอล การเพรสซิ่งไลน์สองที่มีอ็องตวน กรีซมันน์คอยหุบช่วยแดนกลาง, ความเร็ว-คุณภาพดวลหนึ่งต่อหนึ่งฝั่งซ้ายของเอ็มบัปเป้/เตโอ และเซ็ตพีซที่อันตรายจากลูกตั้งเตะของกรีซมันน์ + ตัวเข้าชาร์จรูปร่างดี
- จุดด้อย: เมื่อเจอบล็อกกลาง-ลึกที่เฟ้นต์พื้นที่ตรงครึ่งช่อง (half-space) ได้ดี อาจต้องพึ่งจังหวะเฉียบคมเฉพาะตัว, การป้องกันหลังแบ็กซ้ายโอเวอร์แลปเป็นช่องให้ถูกโต้กลับ และบางช่วงมีอาการ “underperform xG” อย่างที่เห็นในยูโร 2024
ยูเครน (4-1-4-1/4-2-3-1):
- จุดเด่น: วินัยเกมรับ โครงสร้างแคบ-หนาแน่นในโซน 14 เมตรหน้าเขตโทษ, ทรานซิชั่นเร็วด้วยความเร็วของมีไคโล มูดริก/ซีกันคอฟ และการเคลื่อนที่ฉลาดของดอฟบิคที่วิ่งไลน์หลังแนวรับและหุบ-ฉีกได้ดี, การเชื่อมเกมของซืดาคอฟและการอินเวิร์ตของซินเชนโก้
- จุดด้อย: การป้องกันครอสเสาสอง/ลูกกลางอากาศเมื่อเจอคู่แข่งเติมเต็มกรอบเขตโทษหลายตัว, ช่วงตั้งลำครองบอลยาวๆ ยังขาดความต่อเนื่องในจังหวะสุดท้าย และเมื่อถูกบีบตั้งแต่เฟสแรกบางครั้งมีปัญหาในการเอาบอลพ้นเพรส
- สนามเหย้า: บรรยากาศเกมเยือนในฝรั่งเศสมักสร้างแรงกดดันสูงให้คู่แข่ง และฝรั่งเศสมีสถิติในบ้านยอดเยี่ยมตลอดรอบคัดเลือกที่ผ่านมา
- สภาพอากาศปลายใบไม้ร่วงยุโรป: อุณหภูมิต่ำและผิวสนามชื้นเอื้อต่อทีมที่เล่นเพรสและเปลี่ยนสปีดบ่อยอย่างฝรั่งเศส แต่ก็ก่อให้เกิดจังหวะผิดพลาดได้หากเล่นเสี่ยงจากแดนหลัง
- ความล้าจากโปรแกรมสโมสร: นักเตะสองทีมส่วนใหญ่มาจากลีกใหญ่ที่โปรแกรมถี่ในช่วงต้นพฤศจิกายน การหมุนเวียนและสภาพความฟิตวันแข่งจะเป็นรายละเอียดสำคัญ โดยเฉพาะฟูลแบ็กและวิงเกอร์ที่ต้องวิ่งขึ้นลงต่อเนื่อง
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ vs แบ็กขวายูเครน: ดวลหนึ่งต่อหนึ่งและการปั้น overload ฝั่งซ้ายของฝรั่งเศสคือ “ทางเข้าประตู” หลัก ยูเครนต้องมีแผน double-team และการซ้อนของมิดฟิลด์ขวาให้ทัน
- อาร์เตม ดอฟบิค vs เซ็นเตอร์ฝรั่งเศส (ซาลิบา/อูปาเมกาโน่): ดอฟบิควิ่งทำทางระหว่างแนวรับได้ดี ถ้าฝรั่งเศสดันไลน์สูง ระยะห่างเซ็นเตอร์-โฮลดิ้งมิดฟิลด์ต้องกระชับ
- แดนกลาง: ชูอาเมนี/ก็องเต้/กามาวิงก้า vs ซินเชนโก้/ซืดาคอฟ การชนะ “บอลสอง” และปิดครึ่งช่องคือกุญแจตัดไฟทรานซิชั่นของยูเครน
- เซ็ตพีซ: ฝรั่งเศสมีเครื่องมือหลากหลายทั้งคอมบินชันในลูกเตะมุม/ฟรีคิก ส่วนยูเครนมีตัวโหม่งและลูกยิงไกลที่ต้องระวัง
ฝรั่งเศสจะครองบอลมากกว่า (ประมาณ 55-60%) ใช้เกมรุกฝั่งซ้ายเป็นแกน สลับเจาะครึ่งช่องขวาผ่านการหุบของกรีซมันน์และการเติมของแบ็กขวา ขณะเดียวกันยูเครนจะยืนบล็อกกลาง-ลึก รอโอกาสเปลี่ยนจากแย่งบอลเขต 2/3 แล้วแทงช่องให้ดอฟบิค/ซีกันคอฟวิ่งตัดหลังฟูลแบ็กฝรั่งเศส จำนวนโอกาสยิงคาดว่าฝรั่งเศสจะมากกว่า แต่ยูเครนจะได้ลุ้นคุณภาพจากทรานซิชั่นและคัตแบ็ก หากฝรั่งเศสขึ้นนำเร็ว เกมอาจเปิดและช่องว่างหลังฟูลแบ็กจะเป็นพื้นที่ชี้ขาดทั้งสองฝั่ง
ด้วยโครงสร้างทีมที่ลงตัวกว่า ความลึกของขุมกำลัง และประสิทธิภาพในเกมเหย้า ฝรั่งเศสมีภาษีเหนือกว่า แต่ยูเครนมีระเบียบเกมรับและทรานซิชั่นที่ทำให้เกมไม่ง่าย คาดว่าฝรั่งเศสจะคุมจังหวะได้มากพอและอาศัยคุณภาพเฉพาะตัวปิดบัญชี
ฟันธง: ฝรั่งเศส 2-0 ยูเครน
หากคุณกำลังมองหาเว็บแทงบอลออนไลน์ที่มั่นคง ราคาดี และเล่นได้ทุกลีกดัง UFAKOREA999 คือทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาด! สมัครง่าย ฝากถอนเร็ว พร้อมทีมแอดมินดูแล 24 ชม. สนใจแทงบอล สมัครสมาชิก คลิก !
บริการ เว็บ คาสิโนออนไลน์ สล็อต แทงบอลออนไลน์ ยิงปลา เกมส์ไพ่ เงินวอน 24 ชม.
